วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทความถวายอาลัย

สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า  เด็กหญิงกัญญาณัฐ  คำปล้อง


Cr. http://lifestyle.campus-star.com/knowledge/37217.html

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ


  ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา

                    ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดำเนินการสนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในด้านการพัฒนาสภาพพื้นที่ที่แห้งแล้ง และขาดความอุดมสมบูรณ์ จนไม่สามารถทำการเพาะปลูกพืชได้ จนปัจจุบันสภาพพื้นที่นั้น รวมทั้งป่าไม้ และแหล่งน้ำ กลับมีสภาพอุดมสมบูรณ์สร้างความชุ่มชื้นให้ผืนดิน และสามารถใช้ประโยชน์ในทางการเกษตรได้เป็นอย่างดี

                   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานแนวทางการดำเนินงานพัฒนาให้แก่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สรุปได้ว่า
                   ๑. พัฒนาศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ ให้เป็นศูนย์ตัวอย่างรวมการพัฒนาด้านเกษตรกรรมที่สมบูรณ์ ทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำ ฟื้นฟูสภาพป่า การพัฒนาดิน การวางแผนปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ โดยเกษตรกรและผู้ที่สนใจสามารถเข้าศึกษา ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม และนำไปปฏิบัติตามเพื่อพัฒนาอาชีพ และพัฒนาพื้นที่ทำกินของตนเอง เพื่อให้มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งเสริมศิลปาชีพ หัตถกรรมพื้นบ้านเป็นอาชีพเสริม เป็นการเพิ่มรายได้นอกเหนือจากอาชีพหลัก
                   ๒. พัฒนาพื้นที่ราษฎรรอบนอกศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ บริเวณลุ่มน้ำโจนให้มีความเจริญขึ้น เป็นตัวอย่างแก่การพัฒนาพื้นที่อื่นต่อไป
                   ๓. ให้นำวิธีการที่ผ่านการศึกษา ทดลองจนเกิดผลสำเร็จมาดำเนินการเพื่อให้ประโยชน์สูงสุดมาดำเนินการ
                   ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ เริ่มดำเนินการในระยะเริ่มต้นตั้งแต่ ปี ๒๕๒๒ จนปัจจุบันเป็นระยะเวลา ๓๓ ปี โดยดำเนินการพัฒนาในด้านต่างๆอย่างต่อเนื่องในด้านการพัฒนาที่ดิน แหล่งน้ำ และป่าไม้ รวมถึงทำการศึกษาทดลอง วิจัยเพื่อหาแนวทางการพัฒนาที่มีความเหมาะสม สอดคล้องกับภูมิสังคมในพื้นที่ ทั้งต้องมีความยั่งยืน ถูกต้องตามหลักวิชาการ และใช้เทคโนโลยีที่เรียบง่าย ประหยัด เกษตรกรสามารถนำไปดำเนินการด้วยตนเองได้
ประโยชน์ที่ได้รับ
                    การดำเนินงานของศูนย์ฯ ด้านการพัฒนาที่ดิน แหล่งน้ำ และป่าไม้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงดังนี้ พื้นที่ป่าไม้เพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๗.๔ ไม้ผลเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๓.๕ พืชสวนเพิ่มขึ้นร้อยละ ๕.๑ นาข้าวเพิ่มขึ้นร้อยละ ๐.๔ แหล่งน้ำเพิ่มขึ้นร้อยละ ๗.๗ ในส่วนกิจกรรมด้านการพัฒนาจะดำเนินการภายใต้กรอบของแผนแม่บทโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พ.ศ.๒๕๕๕-๒๕๕๙ ประกอบด้วยยุทธศาสตร์การดำเนินงาน ๓ ยุทธศาสตร์คือ การบริหารจัดการ การศึกษา วิจัย ทดสอบด้านการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ และงานขยายผล โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือ ศึกษาหาแนวทางการดำเนินอาชีพที่มีความเหมาะสมกับภูมิสังคม มีความเรียบง่ายเกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และนำไปขยายผลสู่ราษฎรเพื่อพัฒนาการประกอบอาชีพด้านต่างๆ เช่น การเกษตร ปศุสัตว์ เป็นต้น
                   ปัจจุบันศูนย์ฯ สามารถขยายผลการดำเนินงานไปสู่เกษตรกรหมู่บ้านรอบศูนย์เต็มพื้นที่ ๓ ตำบล ได้แก่ ตำบลเขาหินซ้อน ตำบลเกาะขนุน ตำบลบ้านซ่อง อำเภอพนมสารคาม ราษฎรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีรายได้เฉลี่ยจากเดิม ๔๐,๐๐๐ บาท/คน/ปี เป็น ๖๐,๐๐๐ บาท/คน/ปี สามารถจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริได้ ๔ ศูนย์ จัดตั้งกลุ่มอาชีพได้ ๓๙ กลุ่มอาชีพ และจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงได้ ๑๒ ศูนย์ ซึ่งศูนย์เรียนรู้จะเป็นเครือข่ายให้แก่ศูนย์ฯในการขยายผล และเป็นตัวอย่างความสำเร็จไปสู่ประชาชนทั่วไปที่สนใจ โดยในปี ๒๕๕๔ มีผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานภายในศูนย์ฯจำนวน ๑๑๐,๘๓๓ ราย
ความเป็นมา
Cr. https://web.ku.ac.th/king72/2526/hinsont.htm

วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

พระราชประวัติ

พระราชประวัติ

ทรงพระราชสมภพ

         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระนามเดิมว่า “พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช” ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ (ต่อมาได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธยเป็น สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) และหม่อมสังวาล (ต่อมาได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธยเป็นสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ณ โรงพยาบาลเมานท์ออเบอร์น (MOUNT AUBURN) รัฐเมสสาชูเขตต์ (MASSACHUSETTS) ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อพระชนมายุได้ 5 พรรษา ทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอี กรุงเทพมหานคร ต่อจากนั้นทรงเสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนเมียร์มองต์ (MERRIMENT) เมืองโลซานน์ (LASAGNA) ในปี พ.ศ. 2478 ได้ทรงเข้าศึกษาต่อที่ CEDE NOUBELLE DE LA SUES ROMANCE CHILLY ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนที่รับนักเรียนนานาชาติและทรงได้รับประกาศนียบัตร บาเชอลิเย เอ แลทร์ จากการศึกษา ดังกล่าว ทรงรอบรู้หลายภาษา ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน และ ละติน ในระดับอุดมศึกษาทรงเข้าศึกษาใน แผนกวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมืองโลชานน์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2481 ได้เสด็จนิวัตกลับประเทศไทยพร้อมด้วยพระบรมเชษฐาธิราช พระบรมราชชนนี และสมเด็จพระนางเจ้าพี่นางเธอ


ครองราชย์


         ขณะที่พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช พระชนมพรรษา 18 พรรษา รัฐบาลได้กราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนนั้น ทรงเฉลิมพระปรมาภิไธยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และรัฐบาลได้แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการ บริหารราชการแผ่นดินแทนพระองค์ เนื่องจากยังทรงพระเยาว์ และต้องทรงศึกษา ต่อ ณ ต่างประเทศเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2489 ได้เสด็จพระราชดำเนินกลับไปทรงศึกษาต่อ ณ กรุงโลซานน์ แม้พระองค์จะทรงโปรดวิชาวิศวกรรมศาสตร์แต่เพื่อประโยชน์ ในการปกครองประเทศได้ทรงเปลี่ยนมาศึกษาวิชาการปกครองแทนเช่น วิชากฎหมาย อักษรศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ภูมิศาสตร์ นอกจากนี้ ทรงศึกษา และฝึกฝนการดนตรีด้วยพระองค์เองด้วย
     ในพ.ศ. 2491 ระหว่างทรงศึกษาอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงขับรถยนต์ไปทรงร่วมงานที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ได้ทรงพบและมีพระราชหฤทัยสนิทเสน่หาในหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาของหม่อมเจ้านักขัตมงคล กิติยากร เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีสในปีเดียวกันนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ อย่างรุนแรงทรงบาทเจ็บที่พระพักตร์พระเนตรขวา และพระเศียรทรงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมอร์เซส์ โปรดฯ ให้หม่อมเจ้าราชวงศ์สิริกิติ์มาเฝ้าฯ ถวายการดูแลอย่างใกล้ชิดพระสัมพันธภาพจึงแน่นแฟ้นขึ้น และต่อมาได้ทรงหมั้นหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2492 โดยได้พระราชทานพระธำมรงค์วงที่สมเด็จพระบรมราชนกหมั้นสมเด็จพระราชชนนี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงได้รับการอภิบาลอย่างดียิ่ง จากสมเด็จพระราชชนนี จึงมีพระปรีชาสามารถปราดเปรื่องและมีพระจริยวัตรเปี่ยมด้วยคุณธรรมทุกประการซึ่งน้อมนำให้พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงดำรงสิริราชสมบัติ เพียบพร้อมด้วยทศพิศราชธรรม จักรวรรดิวัตรธรรมและ ราชสังคหวัตถุทรงเจริญด้วยพระเกียรติคุณบุญญาธิการเจิดจำรัส ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งปวงเพื่อประโยชน์สุขของปวงชน เป็นที่แซ่ซ้องสรรเสริญ ทุกทิศานุทิศในเวลาต่อมาตราบจนปัจจุบัน

Cr.http://www.wrp.or.th/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87/